กำจัดไอ้ความขี้ขลาดและอาการโหยหาจนตัวสั่นทิ้งไปซะ - CHALENGE GUY
ตอนที่คุณเดินอยู่บนถนน แล้วสังเกตเห็นผู้หญิงสวยระดับจีเซล บุนเชน (Gisele Bundchen) ที่อยู่ห่างออกไปหลายร้อยฟุตกำลังมองมาที่คุณ หรืออาจจะถึงขั้นยิ้มให้ด้วยซ้ำ คุณจะเข้าไปหาเธอไหมครับ? เข้าไปยังไงดี? จะพูดอะไรดี? คำถามพวกนี้มันตะโกนก้องอยู่ในหัวคุณไปหมดเลยครับ
ผมรู้ว่าคุณกำลังคิดอะไรอยู่: "ว้าว นี่อาจจะเป็นเมียในอนาคตของผมก็ได้!" หรือ "ผมอยากคุยกับเธอจัง และอาจจะขอเบอร์เธอด้วย"
แต่พอถึงเวลาที่จะต้องเข้าไปคุยกับเธอจริงๆ คุณกลับพูดอะไรไม่ออกเพราะคุณกลัวการถูกปฏิเสธจนลนไปหมด ลิ้นมันพันกันไปหมดและคิดไม่ออกว่าจะพูดอะไรดี แล้วสุดท้ายคุณสองคนก็เดินแยกย้ายกันไป โดยที่คุณจะไม่ได้เห็นเธออีกเลย ไอ้โง่เอ๊ย
ช่างเป็นโอกาสที่เสียเปล่าจริงๆ ครับ คุณน่าจะเริ่มต้นบทสนทนาแบบเป็นกันเอง แล้วชวนเธอไปดื่มด้วยกันแท้ๆ พรหมลิขิตของคุณอาจจะผูกพันกันได้ด้วยแค่คำทักทายง่ายๆ แต่แทนที่จะทำแบบนั้น คุณกลับปล่อยให้ตัวเองต้องมานั่งสบถด่าตัวเอง ไอ้โง่เอ๊ย เสียโอกาสไปอีกครั้งแล้ว คราวหน้าผมจะเตรียมตัวให้พร้อมและจะไม่ถอยแน่นอน แน่นอนว่าพอคราวหน้ามาถึงจริงๆ คุณก็ทำตัวเหมือนเดิมเปี๊ยบเหมือนคราวก่อนนั่นแหละครับ
เหตุผลหนึ่งที่ผู้ชายบางคนเจอผู้หญิงยากเหลือเกิน ก็เพราะมุมมองที่พวกเขามีต่อการเข้าหาพวกเธอนั่นแหละครับ ปัญหาก็คือผู้ชายมักจะคิดว่าพวกเขาต้องมีคำพูดขายของที่สมบูรณ์แบบหรือมุกจีบสาวเด็ดๆ เพื่อที่จะพาผู้หญิงขึ้นเตียง หรือแต่งงานด้วยไปเลย
ซึ่งมันเป็นเป้าหมายที่ใหญ่เกินไปครับ และโอกาสที่จะทำภารกิจแบบนั้นสำเร็จ (สำหรับผู้ชายธรรมดา) มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ดังนั้นผู้ชายส่วนใหญ่จึงเลือกที่จะเงียบแทนที่จะเข้าไปหาผู้หญิง เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกปฏิเสธไปเลยดีกว่า
เวลาเข้าหาผู้หญิง ให้ทำทุกอย่างให้เรียบง่ายเข้าไว้ครับ และอย่าตั้งความหวังไว้สูง คุณไม่ได้กำลังไปสัมภาษณ์งาน ไม่ได้ไปพบพ่อแม่ของเธอ และที่แน่ๆ คือคุณยังไม่ได้จะแต่งงาน สิ่งที่คุณกำลังทำอยู่คือการหาเพื่อนเท่านั้นครับ ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น ถ้าคุณคิดแบบนี้ได้ มันจะง่ายขึ้นเยอะเลยเวลาเข้าหาผู้หญิง ลืมเรื่องการมองหาคนรักไปก่อนครับ จดจ่อกับการหาเพื่อนให้ได้ก่อน แล้วเดี๋ยวบทบาทคนรักมันจะตามมาเอง แต่ถ้าคุณคิดว่าคุณต้องยั่วสวาทเธอให้ได้ตั้งแต่เริ่มต้น คุณก็จะยิ่งเข้าหาเธอได้ยากขึ้นไปอีกครับ
ถ้าคุณจำไว้เสมอว่าคุณแค่พยายามจะเข้าสังคมกับคนแปลกหน้า คุณจะมีความกล้าครับ แค่บอกตัวเองว่า ฉันกำลังจะมีบทสนทนาที่รื่นรมย์กับผู้หญิงที่ยืนข้างๆ ฉัน ฉันไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่าบทสนทนาดีๆ สักไม่กี่นาที ฉันไม่ได้มองหาการเดท การจูบ คนรัก หรือเมีย
อย่าโดนหลอกนะครับ การบริหารเสน่ห์ (flirting) ไม่ใช่ความสัมพันธ์ มันง่ายมากที่จะสร้าง 'ความสัมพันธ์ในจินตนาการ' ขึ้นมาทั้งที่ในความเป็นจริงมันไม่มีอะไรเลย มันก็แค่การบริหารเสน่ห์เท่านั้นและนั่นคือทั้งหมด คุณต้องเข้าใจว่าผู้หญิง 9 ใน 10 คนที่คุณไปเต๊าะด้วย พวกเธอก็แค่บริหารเสน่ห์เล่นๆ เท่านั้น และนั่นคือสิ่งที่คุณควรจะเป็นเหมือนกันครับ
การบริหารเสน่ห์ควรจะเป็นเรื่องสนุกครับ ควรจะมีสาวๆ หลายคนที่คุณแค่บริหารเสน่ห์ใส่แล้วก็จบแค่นั้น ไม่ไปไกลกว่านั้น ดังนั้นจนกว่าการบริหารเสน่ห์จะเปลี่ยนไปเป็นการเดทจริงๆ มันก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าการบริหารเสน่ห์ครับ ต่อให้คุณไม่ได้สนใจในตัวผู้หญิงคนนั้นร้อยเปอร์เซ็นต์ คุณก็ยังสามารถสนุกไปกับการหยอกล้อได้ แล้วก็ปล่อยผ่านไปครับ
การเป็นโสดไม่ได้หมายความว่าคุณต้องอยู่บ้านแล้วนั่งอมทุกข์นะครับ ออกไปข้างนอกซะ ไปงานปาร์ตี้ ไปกินข้าวร้านอาหารใหม่ๆ และเลิกหยุดชะงักชีวิตตัวเองได้แล้วครับ นอกจากนี้ ผมยังพบว่าเมื่อคุณเลิกหยุดชะงักชีวิตตัวเอง ชีวิตจะเริ่มพัดพาโอกาสเข้ามาหาคุณในจุดที่คุณยอมก้าวออกมานั่นแหละครับ
พูดจาสุภาพแต่ถือไม้พลองอันใหญ่ แล้วคุณจะไปได้ไกล
- รูสเวลต์ (Roosevelt)